sales_worldchemical@hotmail.com     053-204446-7 , แฟกซ์ 053-204465
Follow us: TH : EN
   Home >> วัตถุอันตราย
          อันตรายจากสารเคมีมีหลายรูปแบบ ที่สำคัญได้แก่ อันตรายจากความเป็นพิษ อันตรายจากความไวไฟ และอันตรายจากการเกิดปฏิกิริยาเคมีรุนแรงหรือการระเบิด นอกจากนี้แล้วยังมีอันตรายจากสารเคมีซึ่งอาจเกิดได้เนื่องมาจากลักษณะการทำ งานกับสารเคมี รวมทั้งอันตรายทางชีวภาพและอันตรายจากสารกัมมันตรังสี

ความเป็นพิษจากสารเคมี

          สารเคมีที่ใช้กันอยู่จะมีสมบัติและผลกระทบ ต่อร่างกายแตกต่างกันมากมาย ดังนั้นก่อนที่จะใช้สารเคมีใด ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบว่าจะมีอันตรายอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นได้จาก สารเคมีที่ต้องใช้และอันตรายนั้น ๆ มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไป ความรุนแรงของอันตรายที่เกิดจากความเป็นพิษของสารเคมีจะขึ้นอยู่กับปริมาณ ระยะเวลาที่สัมผัส และความเป็นพิษที่เป็นสมบัติเฉพาะของสารเคมีนั้น ๆ

ความเป็นอันตรายจากสารไวไฟ สารไวไฟต่อการเกิดปฏิกิริยาและสารระเบิด

          นอกจากอันตรายจากพิษของสารเคมีแล้ว สารเคมีหลายประเภทสามารถทำให้เกิดอันตรายในรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่อันตรายจากความไวไฟอันตรายจากความไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี และอันตรายจากการระเบิดซึ่งจะได้เสนอลักษณะที่สำคัญพื้นฐานของสารเคมี อันตรายเหล่านี้แยกตาม ประเภท โดยลำดับ

อันตรายเนื่องมาจากลักษณะการทำงาน

          อันตรายที่อาจเกิดขึ้นทางกายภาพ หรือในส่วนที่เกิดจากลักษณะการทำงานที่พึงพิจารณา อาจเกิดได้ในหลายลักษณะ เช่น
          1. การทำงานกับก๊าซภายใต้ความดันสูง
ก๊าซภายใต้ความดันสูง สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติงานประสบกับอันตรายทั้งทางด้านเคมีและกายภาพได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของก๊าซ อันตรายอาจเกิดจากการลุกติดไฟ ปฏิกิริยาเคมี ความเป็นพิษของก๊าซ การขัดขวางระบบทางเดินหายใจทำให้หายใจไม่ได้ รวมไปถึงอันตรายจากการระเบิดของถังบรรจุ ท่อ หรือ วาวล์ ขึ้นได้
          2. การทำงานกับของเหลวเย็นยิ่งยวด
ตัวอย่าง เช่น ไนโตรเจนเหลว การสัมผัสของเหลวเย็นยิ่งยวดจะทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลายได้ ในสถานที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดีนัก การสูดดมไอ หรือ ก๊าซที่รั่วซึมออกมาสามารถทำให้การหายใจขัดข้องไปจนถึงการเสียชีวิตเนื่อง จากขาดอากาศหายใจได้ อันตรายอื่น ๆที่อาจเกิดขึ้นจากของเหลวเย็นยิ่งยวด คือ การระเบิด เช่น ออกซิเจนเหลวที่ควบแน่นในท่อสุญญากาศ หรือ น้ำแข็งที่อุดตันในท่อ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น จะทำให้เกิดการขยายตัวของก๊าซภายในท่ออย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดแรงดันมหาศาลจนทำให้ภาชนะบรรจุ หรือ ท่อระเบิดเสียหายได้
          3. การทำงานกับเครื่องอุปกรณ์ความดันสูง
การทำงานกับอุปกรณ์ที่ต้องทำที่ความดันสูงก ว่า 1 บรรยากาศขึ้นไป สามารถเกิดการระเบิดขึ้นได้หากอุปกรณ์อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ การทำปฏิกิริยาบางชนิด เช่น ปฏิกิริยาไฮโดรเจเนชัน มักกระทำที่ความดันสูงหรือการใช้สารเคมีบางชนิดอาจทำให้เกิดความดันสูง ดังนั้นเมื่อใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความดันสูง ควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยในการทำปฏิกิริยาหรือทำการผลิต เช่น วาวล์ลดความดัน หรือระบบควบคุมความดันอื่น ๆ และระบบป้องกันอันตรายจากแรงดันที่สูงเกินกำหนดอยู่อย่างสม่ำเสมอ
          4. การทำงานกับระบบสุญญากาศ
ในการทำงานเกี่ยวกับระบบสุญญากาศ ส่วนใหญ่มักจะมีอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องแก้วเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้คืออันตรายที่เกิดจากเครื่องแก้วแตก ซึ่งต้องคำนึงถึงสารเคมีที่เป็นพิษที่อาจติดมากับเศษแก้วด้วย เมื่อภาชนะระเบิด เศษแก้วแตกอาจกระเด็นถูกร่างกาย ทำให้สารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรอยบาดแผลได้ นอกจากนี้ ระบบสุญญากาศมักจะต้องใช้ไนโตรเจนเหลวหรือวัสดุให้ความเย็นยิ่งยวดอื่นเพื่อ ดักจับไอของสารเคมีที่อาจปนเปื้อนเข้าสู่ระบบ และควรคำนึงด้วยว่าในอุปกรณ์เครื่องวัดระดับสุญญากาศมีการใช้สารปรอท หรือสารกัมมันตภาพรังสีเป็นส่วนประกอบด้วยหรือไม่
          5. การทำงานกับแสงเลเซอร์ แสงอุลตราไวโอเลต หรือ แสงอินฟราเรด
แสงหรือรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้ใน อุตสาหกรรม หรือในห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะที่มาจากแหล่งกำเนิดแสงกำลังสูง สามารถทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อดวงตาถึงขั้นตาบอดได้ภายในไม่กี่ วินาที สารเคมีบางชนิด เช่น คลอรีนไดออกไซด์ จะมีความไวต่อแสงมากถึงขั้นระเบิดได้ อันตรายจากรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าจากลำแสงหลายชนิดอาจเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็ง หรือ เกิดความผิดปรกติของเซลล์สืบพันธุ์ขึ้นได้
          6. การทำงานกับคลื่นความถี่ หรือ คลื่นไมโครเวฟ
การสัมผัสคลื่นความถี่โดยเฉพาะคลื่นในย่าน ความถี่ไมโครเวฟเป็นเวลานานพบว่าจะทำให้เป็นต่อกระจก หรือ เป็นหมัน การใช้เตาไมโครเวฟในการให้ความร้อนแก่ปฏิกิริยาเคมีควรระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะหรือเครื่องมือที่เป็นโลหะ เพราะทำให้เกิดประกายไฟขึ้นในเตาไมโครเวฟ หรือ การระเบิดขึ้นได้ การใช้พลังงานคลื่นความถี่ในการให้ความร้อนแก่สารเคมี อาจทำให้เกิด ปรากฏการณ์ร้อนยิ่งยวดคือ การที่สารเคมีมีอุณหภูมิสูงเกินจุดเดือดโดยที่ยังไม่เดือด เมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือน หรือการกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยจะทำให้เกิดการเดือดอย่างรุนแรงขึ้นได้ การต้มหรือเพิ่มอุณหภูมิให้กับสารเคมีที่อยู่ในภาชนะปิดสนิทโดยใช้เตา ไมโครเวฟอาจทำให้เกิดการะเบิดเนื่องจากแรงดันที่เกิดสะสมภายในภาชนะ การใช้ภาชนะไม่เหมาะสม เช่น พลาสติกบางชนิดอาจหลอมละลายได้ในเตาไมโครเวฟทำให้เกิดการรั่วไหลของสารเคมี จากภาชนะนั้น ๆ ได้
          7. การทำงานกับระบบไฟฟ้า
อันตรายที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะเป็นในงานอุตสาหกรรมหรือในชีวิตประจำ วันซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย อันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการระมัดระวังในการใช้ อุปกรณ์ ศึกษาคู่มือรายละเอียดของอุปกรณ์ก่อนการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือ การใช้อุปกรณ์ใกล้กับแหล่งจุดติดไฟที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ผู้ปฏิบัติงานควรทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งของสวิทซ์ตัดกระแสไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ รักษาความปลอดภัย ข้อควรระวังอื่น ๆ ได้แก่สภาพของฉนวนที่หุ้มสายไฟฟ้า ความเปียกชื้นในบริเวณที่ติดตั้งอื่น ๆ ได้แก่สภาพของฉนวนที่หุ้มสายไฟฟ้า ความเปียกชื้นในบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมไปถึงโอกาสที่อุปกรณ์ไฟฟ้าจะทำให้เกิดประกายไฟในขณะที่กำลังทำงานกับสาร เคมีที่ไอระเหยสามารถติดไฟได้ง่าย
เมื่อไฟฟ้าดับ อาจทำให้เกิดสถานการณ์อันตรายอย่างยิ่งได้เช่นกัน เช่นในระหว่างการทำปฏิกิริยาเคมีที่มีการควบคุมปริมาณของก๊าซหรือไอด้วย เครื่องทำความเย็นที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า เมื่อกระแสไฟฟ้าหยุดหรือขัดข้องอาจทำให้เกิดความร้อนสูงจนควบคุมไม่ได้ หรือเกิดการรั่วไหลของก๊าซหรือไอพิษออกมาได้ เป็นต้น
          8. การทำงานกับสนามแม่เหล็ก
อุปกรณ์บางชนิดที่ต้องใช้ หรือ ต้องสร้างสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เครื่องนิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนส์หรือเครื่องเอ็นเอ็มอาร์ (NMR) อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับสนามแม่ เหล็ก สิ่งที่ต้องระวังได้แก่ การที่อุปกรณ์แม่เหล็กสามารถส่งแรงดูดต่อเครื่องมืออื่นทีเป็นเหล็ก เช่น กรรไกร มี คีม รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมืออื่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เก้าอี้ติดล้อ เครื่องดับเพลิง หรือ ถึงออกซิเจน เป็นต้น
ในกรณีที่เป็นอุปกรณ์แม่เหล็กตัวนำยิ่งยวด จะต้องมีการใช้สารเคมีให้ความเย็นเช่น ไนโตรเจนเหลว หรือ ฮีเลียมเหลว ซึ่งต้องคำนึงถึงอันตรายจากการให้สารเคมีให้ความเย็นยิ่งยวดเหล่านี้ด้วย
หลักฐานที่เกี่ยวกับอันตรายของสนามแม่เหล็ก ต่อสุขภาพของมนุษย์นั้นยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัด มีรายงานว่าสนามแม่เหล็กอาจมีผลต่อกลไกการสร้างโปรตีนในร่างกาย และทำให้การตอบสนองของเซลล์ร่างกายผิดปกติได้
          9. อุบัติเหตุทั่วไปในสถานที่ทำงาน
อุบัติเหตุทั่วไปที่อาจเกิดได้ในสถานที่ทำ งานได้แก่ การหกล้ม ลื่น สะดุด ถูกเศษแก้วหรือของมีคมบาด รวมไปถึงการเจ็บหลังที่เกิดเนื่องจากการยกของหนักไม่ถูกวิธี อาจแก้ไขได้โดยเพิ่มความระมัดระวังในการทำงาน หรือ การสร้างบรรยากาศเกี่ยวกับการทำงานอย่างปลอดภัยขึ้นในหน่วยงาน
อันตรายที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกประการหนึ่ง คือความไม่ระมัดระวังเกี่ยวกับการทำสารเคมีหกเลอะ ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุนำไปสู่อันตรายด้านอื่นต่อเนื่องไปได้อย่างร้ายแรง เช่น การเกิดไฟไหม้ การลื่น หรือล้มลงบนสารเคมีที่หกเลอะนั้นทำให้ร่างกายสัมผัสสารเคมีโดยไม่ตั้งใจ การสะดุดขวดหรือภาชนะบรรจุสารเคมีที่ตั้งอยู่ที่พื้น แสดงถึงความบกพร่องในการจัดเก็บที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นลำดับแรก การดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงาน การจัดระเบียบในที่ทำงาน รวมทั้งการดูแลความสะอาดในที่ทำงานเป็นประจำ จะเป็นพื้นฐานอย่างดีของความปลอดภัยในการทำงาน

          ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับจุลินทรีย์ เชื้อโรค หรือ วัสดุที่มีอันตรายทางชีวภาพ เช่น งานในโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ หรือ ห้องวิจัยเชื้อโรค จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นเป็นพิษเศษ รวมไปถึงระบบการบำบัดน้ำเสียและขยะ ซึ่งอาจเป็นแหล่งแพร่อันตรายไปสู่ชุมชนได้

SERVICE

ข้อแนะนำ / ข้อร้องเรียน

เอกสาร COA

เอกสาร Msds

Contact Us

เชียงใหม่ : 0-5320-4446-7

เชียงราย : 0-5374-2860-2

ลำปาง : 0-5435-2861

พิษณุโลก : 0-5530-3641

ลำพูน : 053-525171-2

บริษัท เวิลด์ เคมีคอล ฟาร์อีสท์ จำกัด (จังหวัดเชียงใหม่)

ที่ตั้ง 261/4-5 ถ.มหิดล ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100

โทรศัพท์ 053-204446-7 แฟกซ์ 053-204465

© Copyright 2014 www.worldchemical.com

All rights reserved.