การเลือกเครื่องวัดค่าความเค็มและความหวาน

 ความเค็ม ความหวาน หรือ ปริมาณแอลกอฮอล์ในสารละลาย มีวิธีตรวจวัดง่าย ๆ โดยใช้เครื่องวัดที่เรียกว่า Refractometer การทำงานอาศัยหลักการหักเหของแสง โดยใช้หลักการนำสารละลายที่ท่านต้องการทราบค่ามาหยดที่เครื่อง ค่าที่อ่านได้เป็นเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้น หรือความหนาแน่น หรือทั้งสองอย่าง

หลักการใช้เครื่อง Refractometer
                  คือควรจะทำความสะอาดในส่วนที่จะหยดสารละลาย(ปริซึม) เสมอทั้งก่อนใช้และหลังใช้งาน ทั้งนี้เวลาหยดสารละลายนั้น ควรระวังไม่ควรมีฟองอากาศปน ซึ่งอาจจะมีผลต่อค่าที่อ่านได้

                 หลักการคร่าว ๆ ในการเลือก Refractometer คือโครงสร้างหลักควรทำจากโลหะ และเมื่อต้องการให้ค่าที่วัดได้มีความแม่นยำมากขึ้นควรเลือกแบบมีระบบ ATC (Automatic Temperature Compensation) โดยเครื่องวัดค่าความเค็ม หรือ Salt Refractometer และเครื่องวัดค่าความหวาน หรือ Brix Refractometer นี้สามารถอ่านค่าได้เฉพาะที่เป็นของเหลว ซึ่งในรุ่นทั่วไปจะใช้หลักการสะท้อนหาค่าดัชนีหักเหของแสงอาทิตย์ โดยจำเป็นต้องมีความใสพอสมควร ไม่ทึบแสงมากเกินไป แต่ในตัวอย่างบางชนิด เช่น น้ำปลา จะมีลักษณะทึบแสงมาก จึงควรใช้เครื่องวัดค่าความเค็มชนิดที่ใช้แสงเลเซอร์ในการสะท้อนหาค่าดัชนีหักเหของแสง และในตัวอย่างบางชนิดที่มีความเค็มและน้ำตาลผสมกันอยู่ และเราต้องการหาค่าความเค็มและความหวานในสารละลายดังกล่าว ค่าการวัดค่าใดค่าหนึ่งอาจจะทำให้ความถูกต้องเกิดความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เพราะเครื่องจะอ่านค่าดัชนีหักเหทั้งความเค็มและความหวาน

                ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการวัดตัวอย่างลักษณะนี้จึงควรใช้เครื่องวัดค่าความเค็มแบบหาค่าความนำไฟฟ้าแทนจะมีความเหมาะสมที่สุด ในขณะเดียวกันเมื่อต้องการหาค่าความหวานจากเครื่องวัดค่าความหวานจึงควรพิจารณาก่อนว่าในสารละลายมีความเค็มมากหรือหวานมาก   ถ้ามีความเค็มน้อยกว่าความหวานมากก็พอใช้งานเครื่องวัดความหวานได้ แต่ถ้ามีความเค็มใกล้เคียงหรือมากกว่าความหวาน ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องวัดประเภทนี้ หากตัวอย่างเป็นประเภทนี้  จะต้องทำการวัดค่าความหวานก่อนที่จะมีการผสมกันเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *