ขนาดแท้งค์เก็บน้ำที่เหมาะสม กับจำนวนสมาชิกในบ้าน

ขนาดแท้งค์เก็บน้ำที่เหมาะสม กับจำนวนสมาชิกในบ้าน

            โดยทั่วไปเราต้องเลือกขนาดแท้งค์เก็บน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบ้าน  เพื่อให้มีน้ำสำรองใช้มากพอเพียง โดยมีหลักดังนี้

    ควรมีปริมาณน้ำสำรองอย่างน้อย ประมาณ 3 วัน เผื่อสำหรับเหตุขัดข้องน้ำประปาไม่ไหล จะได้มีน้ำใช้

คำนวณปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดในบ้าน โดยแต่ละคนจะใช้น้ำ ประมาณ 200 ลิตร/คน/วัน

ดังนั้นถ้ามีคนในบ้าน  5 คน

ปริมาณการใช้น้ำประมาณ 200 X 5 = 1,000 ลิตร/วัน  

          แนะนำให้มีน้ำสำรองใช้ 3 วัน ดังนั้น ควรเลือกแท้งค์ที่เก็บน้ำมากกว่า 3,000 ลิตร

          ถ้าต้องการมีน้ำสำรองใช้ 2 วัน เลือกแท้งค์ที่เก็บน้ำมากกว่า 2,000 ลิตร

          ถ้าต้องการมีน้ำสำรองใช้ 1 วัน เลือกแท้งค์ที่เก็บน้ำมากกว่า 1,000 ลิตร

         (แท้งค์ทั่วไปควรเลือกแท้งค์ขนาดใหญ่กว่าที่ต้องการ เนื่องจากแท้งค์ทั่วไป มีปริมาณน้ำที่นำไปใช้ได้จริงน้อยกว่าขนาดแท้งค์มาก ใช้ได้ประมาณ 70 – 75 % ของขนาดแท้งค์)

         ปริมาณการใช้น้ำ 200 ลิตร/คน/วัน เป็นค่าเฉลี่ย ซึ่งการใช้จริงอาจมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้น้ำของแต่ละคนด้วย ถ้าบ้านขนาดใหญ่ที่มีอ่างอาบน้ำ ใช้ล้างรถ ใช้รดน้ำต้นไม้ อาบน้ำสุนัข อาจใช้น้ำถึง 400 ลิตร/คน/วัน , ปริมาณน้ำสำรองอาจน้อยกว่าที่แนะนำได้แต่จะมีผลให้มีน้ำใช้น้อยเมื่อน้ำไม่ไหล

 การเลือกชนิดแท้งค์เก็บน้ำ

แท้งค์เก็บน้ำมีหลายแบบ ทำจากวัสดุต่างๆกัน จะเลือกแบบไหนดี  

แท้งค์ที่มีจำหน่ายทั่วไป ทุกแบบมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ซึ่งแล้วแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้ว่าแบบไหนจะเหมาะสมกับการใช้งานอย่างไร  โดยแทงค์เก็บน้ำแต่ละแบบมีข้อดี – ข้อเสีย ดังนี้

  แท้งค์พลาสติก พีอี (PE)

        ทำจากพลาสติก  โดยการหลอมเม็ดพลาสติกแล้วหล่อขึ้นรูปในแบบ  เป็นถังเก็บน้ำ  ซึ่งมีทั้งแบบฝังใต้ดิน และวางบนพื้น

   ข้อดี : – ตัวแท้งค์ไม่มีรอยต่อ

                  – บางยี่ห้อทำเป็นแบบสองชั้น ชั้นในทำด้วยพลาสติกเกรดดี ชั้นนอกทำด้วยพลาสติกเกรดสอง  เป็นการลดต้นทุน และพลาสติกในส่วนที่สัมผัสน้ำเป็นเกรดดี

                  – ทำสีได้สวยงามสดใส

                  – ผิวเรียบ ทำความสะอาดง่าย

  ข้อเสีย : – น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก

                      – เมื่อตากแดดระยะยาว อาจเกิดการเสื่อมสภาพของพลาสติก และอาจแตกร้าวได้

                      – อาจมีกลิ่นเหม็นจากเนื้อพลาสติก

                      – เมื่อใช้ใไนานภายในแท้งค์อาจเกิดเมือก ลื่นๆ เกาะที่ผิวแท้งค์

                      – ถ้าแท้งค์ไม่ทึบแสงมากพอ อาจเกิดตะไคร่น้ำภายในแท้งค์ได้

          แท้งค์ไฟเบอร์กลาส

         ทำจากการขึ้นรูปใยไฟเบอร์กลาสและทาด้วยเรซิ่นให้ใยเกาะกันเป็นแผ่น ตามรูปแม่พิมพ์

   ข้อดี : –

   ข้อเสีย : – น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก

                      – ระยะยาวอาจเกิดการเสื่อมสภาพ ใยไฟเบอร์กลาสหลุดออกปนอยู่ในน้ำ

                      – อาจมีกลิ่นเหม็นจาก เรซิ่นที่ใช้เคลือบ

                      – ผิวไม่ค่อยเรียบ ดูไม่สวยงาม ทำความสะอาดยาก

          แท้งค์สเตนเลส

         ทำจากแผ่นสเตนเลสม้วนขึ้นรูปเป็นตัวแท้งค์ และเชื่อมต่อกับส่วนหัว-ก้นแท้งค์

  ข้อดี : – น้ำหนักเบากว่าแท้งค์แบบอื่น เคลื่อนย้าย ติดตั้งง่าย

                   – ทำจากสเตนเลสสะอาดไม่เป็นสนิม

                   – ทึบแสง  ไม่เกิดตะไคร่น้ำภายในแท้งค์

                   – ผิวเรียบ ทำความสะอาดง่าย

ข้อเสีย : – มีรอยเชื่อมต่อ ซึ่งถ้าเชื่อมไม่ดีอาจเกิดการรั่วซึม

                      – ระยะยาวอาจเกิดสนิมที่รอยเชื่อมต่อได้ง่าย

                      – น้ำหนักเบา ถ้าติดตั้งบนดาดฟ้าสูง ถ้าในแท้งค์ไม่มีน้ำอาจโดนลมพัดล้มได้

          แท้งค์ซีเมนต์

         ทำจากการก่ออิฐแล้วฉาบปูน หรือหล่อจากปูนซีเมนต์เป็นรูปแท้งค์สำหรับเก็บน้ำ

         ข้อดี : – แข็งแรง

                   – สามารถทำขนาดใหญ่ เก็บน้ำมากๆได้

     ข้อเสีย : – น้ำหนักมาก ต้องทำฐานราก เคลื่อนย้ายยากหรือเคลื่อนย้ายไม่ได้

                      – ก่อสร้างยาก  ไม่สะดวก

                      – ถ้าสร้างไม่ดี อาจเกิดการรั่วซึมได้

                      – ทำความสะอาดยาก

         แท้งค์ฝังดิน

         อาจใช้แท้งค์พลาสติกหรือแท้งค์ซีเมนต์ เป็นถังเก็บน้ำฝังดิน

   ข้อดี : – น้ำประปาไหลเข้าแท้งค์ได้ง่าย เพราะอยู่ต่ำ

                   – ประหยัดที่ ไม่เกะกะ

    ข้อเสีย : – ค่าใช้จ่ายสูง สร้างยาก ควรทำในระหว่างก่อสร้างบ้าน

                      – ต้องมีฐานราก เพื่อป้องกันการทรุดตัว

                      – ขณะที่แท้งค์ไม่มีน้ำ แต่น้ำในดินสูง แท้งค์อาจเกิดการลอยตัว เกิดการแตกร้าวได้

                      – รักษาความสะอาดยาก  ฝุ่น, น้ำสกปรก ไหลเข้าเพราะอยู่ต่ำ  เป็นที่อยู่ของมด, แมลงสาบ

                      – ทำความสะอาดยาก ต้องใช้ปั๊มดูดน้ำระบายออก

                      – ซ่อม , บำรุงรักษายาก เพราะอยู่ใต้ดินทำงานยาก

การติดตั้งแท้งค์น้ำสเตนเลส

       – ควรติดตั้งใกล้ท่อน้ำประปาภายนอกให้มากที่สุด เพื่อให้น้ำไหลเข้าแท้งค์ได้สะดวก

       – ควรใช้ท่อน้ำเข้าแท้งค์ขนาดใหญ่ อย่างน้อยขนาด 3/4 หรือ 1 นิ้ว ท่อขนาดเล็กทำให้น้ำไหลเข้าแท้งค์ช้า

       – การเคลื่อนย้าย , ติดตั้ง  ต้องระวังไม่ให้ของมีคมกระแทกแท้งค์ ซึ่งอาจทำให้แท้งค์ชำรุดได้

       – ควรติดตั้งให้มีพื้นที่สำหรับเข้าทำงานซ่อมแซมได้สะดวก

       – กรณีติตดั้งในที่โล่งมีลมแรง ควรยึดแท้งค์กับขาให้แน่นหนา และยึดขาแท้งค์กับพื้น และควรมีน้ำเต็มในแท้งค์ตลอดเวลา เพื่อป้องกันแท้งค์ล้มเนื่องจากลมแรง

       – แท้งค์น้ำสเตนเลสขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 2,000 ลิตร ขึ้นไป) หรือในพื้นทีที่ดินอ่อนมาก  ควรเทพื้นซีเมนต์เสริมโครงเหล็กโดยใช้เหล็กเส้นขนาด 6 มม. หรือ 2 หุน ผูกเป็นตารางขนาดประมาณ 20 X 20 cm. โดยเทพื้นหนาประมาณ 8 – 10 cm รองรับด้วย ขนาดกว้าง-ยาวให้ใหญ่พอที่จะตั้งแท้งค์ได้สะดวก หรืออาจจะเผื่อพื้นที่ตั้งปั๊มน้ำด้วยก็จะดีมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *