สาระน่ารู้เกี่ยวกับค่า TDS

 TDS ย่อมาจาก (Total Disolved Solids)หรือ ก็คือค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด หน่วยเป็นมิลลิกรัม/ลิตร

ค่ามาตรฐาน ของ TDS
                    ค่าสูงสุดของสิ่งเจือปนในน้ำ หรือ ค่า TDS ไม่ควรเกิน 500 mg/L หรือ 500 ppm  ซึ่งโดยส่วนใหญ่ในระบบน้ำจะมีค่าTDS เกิน 500 mg/L แต่หากค่า TDS เกิน 1000 mg/L 

จะเป็นน้ำที่ไม่เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะค่า TDS ที่สูง จะบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของสิ่งเจือปนที่อันตรายและต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม   โดยส่วนใหญ่ ค่า TDS สูง จะเกิดจากน้ำมีส่วนผสมของ โปตัสเซียม , คลอไรด์ และ โซเดียม 

                  ซึ่งหากมีอยู่ไม่มากก็จะไม่มีผลในระยะสั้น แต่ ค่า TDS ที่สูงก็อาจมีสารพิษ เช่น ตะกั่ว ไนเตรท แคดเมียม ละลายอยู่ ซึ่งสารดังกล่าวอาจแสดงผลกระทบในระยะสั้น 

โดย: TDS = k*Cond.
         Cond. = (Conductivity) หรือก็คือค่าการนำไฟฟ้าของสารละลาย มีหน่วยเป็นไมโครซีเมน/เซนติเมตร
                k = ค่าคงที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Cond. กับ TDS (ส่วนใหญ่ = 0.5-0.9)

                 จะเห็นว่าค่า TDS แปรผันตรงกับ Conductivity และค่า Conductivity จะมีค่าเพิ่มมากขึ้นตามอุณหภูมิ     ขอยกตัวอย่างConductivity ของสารละลายโพแทสเซี่ยม 0.01M 

 จะพบว่าทุกๆการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของสารละลายทุก 1 องศาทำให้ Conductivity เพิ่มขึ้นประมาณ 27 หรือคิดเป็น 2% เท่านั้นเอง

                   ดังนั้นสมมติถ้าน้ำที่ใช้เลี้ยงมี C (ในแหล่งน้ำธรรมชาติปกติจะมีค่า Conductivity ประมาณ 150-300)ที่อุณหภูมิ 25องศา จะมีค่า TDS = 150*0.5 = 75 และเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1องศา ค่า Conductivity   จะเพิ่มขึ้นเป็น ประมาณ 151ทำให้ TDS = 151*0.5 = 75.5

        สรุป: จะเห็นว่าอุณหภูมิมีผลกับค่า TDS ครับ แต่ว่า *น้อยมาก*

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *