อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในการทำงานกับสารเคมี

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในการทำงานกับสารเคมี

ความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลไอ ระเหย ก๊าซ ฝุ่น ฟูม และอนุภาคของสารเคมี ทำให้บุคลากรที่เข้าไปทำงานเลี่ยงต่ออันตราย ด้วยเหตุนี้บุคลากรที่ทำงานในพื้นที่จึงต้องสวมใส่อุปกรณ์ทุกครั้งที่เข้าไปใกล้พื้นที่นั้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกัน หรือแยกคนจากอันตรายทางเคมี อันตรายทางกายภาพ และอันตรายทางชีวภาพ และเป็นการป้องกันผู้สวมใส่จากการบาดเจ็บ หรือการได้รับอันตราย

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในการทำงานกับสารเคมี ประกอบด้วย

1. ชุดสวมใส่ป้องกันสารเคมี มีหลายชนิด 

ชนิดขึ้นเดียว หรือ 2 ขึ้น หรือชุดทนทานใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นชุดห่อหุ้มทั้งร่างกายมิดชิดรองเท้าและถุงมืออาจอยู่ติดกับ ชุดหรือเป็นชิ้นเดียวกับชุด ใช้ป้องกันก๊าซ ฝุ่น ไอระเหย และการกระเด็นของสาร 
2. หมวกนิรภัย 

เป็นหมวกแข็ง ทำด้วยพลาสติกแข็งหรือยาง อาจมีพลาสติกบุด้านใน เพื่อให้เกิดความอบอุ่น ใช้ป้องกันศรีษะจากการกระแทก ฮูดโดยทั่วไปใช้ใส่ทับหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันสารเคมีที่กระเด็นมาสัมผัส ที่คลุมผม สวมใส่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมี และป้องกันไม่ให้เข้าไปติด ในอุปกรณ์หรือเครื่องจักรขณะทำงาน 
3. กระบังหน้า แว่นนิรภัย แว่นตาที่ครอบบิดตา

เป็นอุปกรณ์ป้องกันตาและใบหน้าจากสารเคมีจากอนุภาคขนาดใหญ่ และจากวัตถุที่กระเด็น
4. ที่ครอบหูและที่อุดหู

เป็นอุปกรณ์ป้องกันหูจากการได้ยินเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ
5.ถุงมือ 

อาจเป็นชิ้นเดียวกันยึดติดกันกับแขนเสื้อหรือชุดสวมป้องกัน หรือแยกจากชุดป้องกันอื่น ๆ เป็นอุปกรณ์ปกป้องมือจากการสัมผัสสารเคมี 
6. รองเท้าบูททนต่อสารเคมี

ใช้ป้องกันเท้าจากการสัมผัสสารเคมี

การจัดเก็บและการดูแลรักษาอุปกรณ์ป้องกัน1. ชุดป้องกันสารเคมีและหน้ากาก ต้องเก็บไว้อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเสียหาย หรือใช้งานไม่ได้ เนื่องจากการสัมผัสกับฝุ่น ความชื้น แสงแดด สารเคมี อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำมาก ๆ และแรงกระแทก
2. การสวมใส่ชุดป้องกันสารเคมีที่สามารถใช้ซ้ำได้ ต้องทำความสะอาดหลังการใช้ และจัดเก็บไว้ในสถานที่ที่มีการระบายอากาศดี ห้ามเก็บชุดเหล่านี้ไว้ใกล้กับเสื้อผ้าอื่น ๆ
3. ชุดสวมใส่ป้องกันสารเคมีและถุงมือที่ทำด้วยวัสดุต่างชนิดกันควรจัดเก็บแยกกัน เพื่อป้องกันการหยิบผิด โดยพับหรือแขวนตามที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำ
4. ควรถอดแยกส่วนของอุปกรณ์ช่วยหายใจ (self contained breathing apparatus) ออกล้างและฆ่าเชื้อโรคหลังการใช้ทุกครั้งและควรจัดเก็บในตู้เก็บที่จัดทำให้โดยผู้ผลิต สำหรับหน้ากากชนิดกรองอากาศควรเก็บไว้ในกล่องเฉพาะ แยกไว้แต่ละอันหรือบรรจุในถุงพลาสติกที่ปิดผนึกได้

การตรวจอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลก่อนใช้

1. ชุดสวมใส่ป้องกันสารเคมี

เลือกใช้ชุดสวมใส่ป้องกันสารเคมีให้ถูกต้องและเหมาะสมกับระดับความเป็นอันตรายตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของชุดก่อนการใช้งาน เช่น บริเวณตะเข็บชิป รวมถึงตรวจหาลักษณะการเสื่อมสภาพจากการจัดเก็บ เช่น สีซีดจาง บวม หรือเหนียวติดกัน
2. ถุงมือ 

ตรวจสอบหารูรั่ว โดยการม้วนถุงมือจากด้านแขนไปยังปลายนิ้ว หรือเป่าลมเข้าไปแล้วจุ่มลงในน้ำ เพื่อตรวจสอบฟองอากาศ 
3. ชุดสวมใส่ป้องกันสารเคมีพร้อมอุปกรณ์ช่วยหายใจ

ตรวจเซ็ดการทำงานของวาล์วปล่อยความดันตรวจสอบรอยต่อที่ข้อมือ ข้อเท้า และคอตรวจเซ็คกระบังหน้าหารอยแตกร้าว หรือการเป็นฝ้า
4. หน้ากากกรองอากาศ 

ตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนก่อนการใช้งานตรวจสอบไส้กรองอากาศ ให้มั่นใจว่ายังไม่หมดอายุการใช้งานเลือกตัวกรองหรือไส้กรองให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการใช้ และชนิดของสารเคมี 
5. กระบังหน้า แว่นนิรภัย แว่นตาที่ครอบปิดตา

ตรวจสอบรอยร้าว รอยแตก และการเป็นฝ้ายของกระบังหน้า และเลนส์

Cr.http://www.pcd.go.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *