มาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมี ในโรงงาน และ บ้านเรือน

1.มาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมี
การเก็บรักษาสารเคมีอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหล ปฏิกิริยาทางเคมี หรือการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะกล่าวถึงมาตรฐานสำคัญในการเก็บรักษาสารเคมีอย่างปลอดภัย
2.การจำแนกประเภทของสารเคมี
สารเคมีสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามคุณสมบัติและอันตรายของมัน เช่น:
- สารไวไฟ เช่น แอลกอฮอล์ เบนซิน ต้องเก็บให้ห่างจากแหล่งกำเนิดไฟและความร้อน
- สารออกซิไดซ์ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ต้องเก็บให้ห่างจากสารที่ติดไฟได้
- สารกัดกร่อน เช่น กรดกำมะถัน โซเดียมไฮดรอกไซด์ ควรเก็บในภาชนะที่ทนต่อการกัดกร่อน
- สารพิษ เช่น สารปรอท ฟอร์มาลดีไฮด์ ต้องเก็บในที่ปิดมิดชิดและมีป้ายแจ้งเตือน
- สารระเหยอันตราย ควรเก็บในที่มีการระบายอากาศที่ดี
3.การเลือกภาชนะบรรจุ
ภาชนะที่ใช้เก็บสารเคมีต้องมีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะสมกับชนิดของสารเคมีนั้น ๆ ควรเลือกใช้ภาชนะที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น UN-approved containers และต้องมีฝาปิดแน่นหนาเพื่อป้องกันการรั่วไหล
4.การติดฉลากและเอกสารกำกับ
- ทุกภาชนะที่บรรจุสารเคมีต้องมีฉลากที่ชัดเจน ระบุชื่อสารเคมี เลขทะเบียน ความเป็นอันตราย และคำเตือน
- ต้องมี เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (Material Safety Data Sheet: MSDS หรือ SDS) พร้อมให้ใช้งาน เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายและวิธีการป้องกัน
5.การจัดเก็บสารเคมีในสถานที่เหมาะสม
- ควรเก็บสารเคมีใน พื้นที่ที่กำหนดเฉพาะ และห่างจากสถานที่ที่อาจเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เป็นอันตราย
- มีการแยกเก็บสารเคมีตามประเภท ไม่เก็บสารที่อาจเกิดปฏิกิริยาร่วมกัน เช่น ไม่เก็บสารออกซิไดซ์ร่วมกับสารไวไฟ
- ควรมี การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ให้เหมาะสมกับลักษณะของสารเคมี
- หลีกเลี่ยงการเก็บสารเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรงหรือใกล้แหล่งกำเนิดไฟ
6.ระบบระบายอากาศ
สารเคมีบางชนิดมีไอระเหยที่เป็นอันตราย จำเป็นต้องเก็บไว้ในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี เช่น ตู้ดูดควัน (Fume Hood) หรือ ตู้เก็บสารเคมีที่มีระบบดูดอากาศ
7.อุปกรณ์ป้องกันและการจัดการฉุกเฉิน
- ควรมี ถังดับเพลิง ชนิดที่เหมาะสม กับสารเคมีที่จัดเก็บ
- มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) เช่น ถุงมือ หน้ากากกันไอระเหย แว่นตานิรภัย
- มีแผนฉุกเฉินและอุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น ฝักบัวล้างตัว (Safety Shower) และที่ล้างตาฉุกเฉิน (Eye Wash Station)
- ฝึกอบรมพนักงานให้สามารถจัดการกับเหตุฉุกเฉิน เช่น การรั่วไหล หรือการปนเปื้อน
8.การตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานที่จัดเก็บ
- ทำการตรวจสอบ ภาชนะบรรจุและพื้นที่จัดเก็บ เป็นระยะ เพื่อตรวจหาความเสียหายหรือการรั่วไหล
- ตรวจสอบวันหมดอายุของสารเคมี และกำจัดสารที่หมดอายุหรือไม่ใช้งานแล้วตามแนวทางที่ปลอดภัย
- มีระบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณสารเคมีที่จัดเก็บ เพื่อตรวจสอบและควบคุมการใช้งาน
9.การกำจัดสารเคมีที่ถูกต้อง
- สารเคมีที่หมดอายุหรือไม่ได้ใช้งาน ต้องกำจัดตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
- ห้ามทิ้งสารเคมีลงในท่อระบายน้ำ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ
- ควรใช้บริการจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตในการกำจัดสารเคมีอันตราย
การจัดเก็บสารเคมีที่ปลอดภัยต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับ การจำแนกประเภทของสารเคมี การเลือกภาชนะบรรจุที่เหมาะสม การติดฉลากและเอกสารข้อมูล การจัดเก็บในพื้นที่ที่ปลอดภัย ระบบระบายอากาศ อุปกรณ์ป้องกัน การตรวจสอบ และการกำจัดสารเคมีที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยให้การทำงานกับสารเคมีมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
มาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมีในโรงงาน
การจัดเก็บสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน สภาพแวดล้อม และป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยมาตรฐานที่สำคัญที่ใช้เป็นแนวทางในการจัดเก็บสารเคมีในโรงงานมีดังนี้
-
มาตรฐานและข้อกำหนดสากล
โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
- OSHA (Occupational Safety and Health Administration) – ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมี
- NFPA (National Fire Protection Association) – แนวทางการป้องกันและควบคุมอัคคีภัยที่เกิดจากสารเคมี
- GHS (Globally Harmonized System of Classification and Labeling of Chemicals) – ระบบการจำแนกและติดฉลากสารเคมีตามมาตรฐานสากล
- ISO 45001 – ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
- ISO 14001 – ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับสารเคมี
- EPA (Environmental Protection Agency) – ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับสารเคมี
ในประเทศไทยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้แก่:
- กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2554
- ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยการควบคุมสารเคมีอันตราย
- มาตรฐาน มอก. (TISI) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมี
-
การออกแบบสถานที่จัดเก็บสารเคมีในโรงงาน
2.1 โครงสร้างและสถานที่ตั้ง
- ต้องเป็นพื้นที่เฉพาะที่มีโครงสร้างแข็งแรง ป้องกันแสงแดด ฝน และมีระบบระบายอากาศที่ดี
- อยู่ห่างจากแหล่งความร้อน แหล่งกำเนิดประกายไฟ หรือเครื่องจักรที่ก่อให้เกิดความร้อน
- มีพื้นที่กักเก็บสารเคมีรั่วไหล (Secondary Containment) เช่น อ่างรองรับการรั่วไหล
- ต้องแยกพื้นที่เก็บสารเคมีอันตรายจากพื้นที่ผลิตหรือสำนักงาน
- พื้นที่จัดเก็บควรมีป้ายเตือนและสัญลักษณ์อันตรายชัดเจนตามมาตรฐาน GHS และ NFPA
2.2 ระบบระบายอากาศ
- ต้องมี ระบบระบายอากาศที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสะสมของไอระเหยที่เป็นอันตราย
- ใช้ Fume Hood หรือ Exhaust Fan หากเป็นสารเคมีที่ระเหยง่ายหรือเป็นพิษ
2.3 ระบบป้องกันอัคคีภัย
- ควรติดตั้ง ถังดับเพลิง และระบบดับเพลิงที่เหมาะสม เช่น เครื่องดับเพลิงชนิด CO₂ หรือโฟม
- มี ระบบตรวจจับควันไฟหรือก๊าซรั่วไหล เพื่อลดความเสี่ยงจากสารไวไฟ
- มี เส้นทางหนีไฟที่ชัดเจนและไม่ถูกกีดขวาง
-
การจัดเก็บสารเคมีตามประเภท
3.1 การแยกประเภทสารเคมี
สารเคมีต้องถูกจัดเก็บโดยแยกประเภทตามความเป็นอันตรายเพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์:
- สารไวไฟ เช่น แอลกอฮอล์ น้ำมันเบนซิน ควรเก็บในที่เย็น ห่างจากแหล่งกำเนิดประกายไฟ และมีระบบระบายอากาศที่ดี
- สารออกซิไดซ์ เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ต้องเก็บแยกจากสารไวไฟ
- สารกัดกร่อน เช่น กรดกำมะถัน โซเดียมไฮดรอกไซด์ ควรเก็บในภาชนะที่ทนการกัดกร่อน
- สารพิษและสารก่อมะเร็ง เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ ควรเก็บในพื้นที่ควบคุมที่มีการระบายอากาศที่ดี
- ก๊าซอันตราย เช่น ก๊าซคลอรีน แอมโมเนีย ควรเก็บในถังแรงดันที่ปลอดภัยและมีระบบระบายฉุกเฉิน
3.2 การจัดเก็บภายในคลังสารเคมี
- ใช้ ชั้นวางหรือภาชนะที่รองรับน้ำหนักได้ดี และป้องกันการรั่วไหล
- หลีกเลี่ยงการซ้อนถังสารเคมีเกิน 2-3 ชั้นเพื่อป้องกันการล้ม
- ติดตั้ง ระบบป้ายเตือนและฉลาก ที่ระบุข้อมูลของสารเคมีตามมาตรฐาน GHS
-
การควบคุมปริมาณสารเคมี
- กำหนด ปริมาณสำรองของสารเคมีที่จัดเก็บ เพื่อไม่ให้เก็บมากเกินไปจนเกิดความเสี่ยง
- มี ระบบตรวจสอบปริมาณสารเคมี เช่น การบันทึก Stock และ FIFO (First-In, First-Out) เพื่อลดการเก็บสารเคมีเกินความจำเป็น
- ตรวจสอบวันหมดอายุของสารเคมี และกำจัดสารที่หมดอายุหรือไม่ใช้งานตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
-
การติดฉลากและเอกสารความปลอดภัย (SDS)
- ทุกภาชนะต้องติดฉลากที่ชัดเจนและใช้สัญลักษณ์ตาม GHS
- ต้องมี เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (Safety Data Sheet: SDS) พร้อมให้พนักงานเข้าถึงได้
- มีมาตรการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการอ่านฉลากและเอกสารความปลอดภัย
-
การจัดการสารเคมีรั่วไหลและการกำจัดของเสีย
6.1 การจัดการกรณีสารเคมีรั่วไหล
- ควรมี แผนฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) และทีมรับมือเหตุฉุกเฉิน
- ใช้ อุปกรณ์ดูดซับสารเคมีรั่วไหล (Spill Kit) เช่น วัสดุดูดซับเคมี ถังเก็บสารรั่วไหล
- ห้ามใช้สารเคมีที่รั่วไหลซ้ำ ต้องกำจัดตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
6.2 การกำจัดของเสียอันตราย
- ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม เช่น การแยกและบรรจุของเสียอันตราย ในภาชนะที่เหมาะสม
- ใช้บริการจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตในการกำจัดของเสียอุตสาหกรรม
-
การฝึกอบรมพนักงาน
- ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับ การจัดเก็บ การใช้ การขนย้าย และการจัดการสารเคมีรั่วไหล
- จัดอบรม การป้องกันอัคคีภัยและการใช้ถังดับเพลิง
- มีการซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำ เช่น การซ้อมหนีไฟและการรับมือสารเคมีรั่วไหล
มาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมีในโรงงานต้องครอบคลุมด้าน โครงสร้างสถานที่ ระบบระบายอากาศ การป้องกันอัคคีภัย การจัดเก็บตามประเภทสารเคมี การควบคุมปริมาณ การติดฉลาก การกำจัดของเสีย และการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อให้โรงงานมีความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมีในบ้านเรือน
สารเคมีในครัวเรือน เช่น น้ำยาทำความสะอาด สารฆ่าแมลง สีทาบ้าน หรือสารไวไฟต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากมีการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การปฏิบัติตามมาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมีในบ้านเรือนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อันตรายต่อสุขภาพ และความเสี่ยงจากไฟไหม้หรือสารเคมีรั่วไหล
-
การจำแนกและจัดกลุ่มสารเคมีในบ้านเรือน
สารเคมีในครัวเรือนสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่:
- สารไวไฟ เช่น น้ำมันก๊าด ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ น้ำมันเบนซิน
- สารทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน น้ำยาขจัดคราบ
- สารกัดกร่อน เช่น กรดไฮโดรคลอริก (ในน้ำยาล้างห้องน้ำ) โซดาไฟ
- สารพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง น้ำยาป้องกันปลวก
- ก๊าซอันตราย เช่น ถังก๊าซหุงต้ม สเปรย์กำจัดแมลง
การจัดเก็บควรแยกประเภทสารเคมีเหล่านี้ออกจากกัน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาที่อาจเป็นอันตราย และลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุ
-
หลักเกณฑ์ในการจัดเก็บสารเคมีในบ้าน
2.1 สถานที่จัดเก็บ
- ควรจัดเก็บสารเคมี ในที่ปลอดภัย ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง
- หลีกเลี่ยงการเก็บสารเคมี ในที่ร้อน หรือโดนแสงแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้สารเคมีเสื่อมคุณภาพหรือเกิดอันตราย
- ไม่ควรเก็บสารเคมีใกล้ แหล่งกำเนิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เตาแก๊ส หม้อหุงข้าว เครื่องทำน้ำอุ่น
- หลีกเลี่ยงการเก็บสารเคมีในบริเวณที่อับชื้น เช่น ใต้ซิงค์ล้างจาน เพราะอาจทำให้ภาชนะเสื่อมสภาพและเกิดการรั่วไหล
2.2 การใช้ภาชนะบรรจุ
- ควรเก็บสารเคมีไว้ใน ภาชนะเดิมที่ปิดสนิท และไม่เปลี่ยนภาชนะบรรจุเป็นขวดน้ำหรือภาชนะที่อาจทำให้สับสนกับของใช้ทั่วไป
- ห้ามใช้ภาชนะที่แตก ร้าว หรือมีรอยรั่ว เพราะอาจทำให้สารเคมีซึมออกมาและเป็นอันตรายได้
- หากจำเป็นต้องเปลี่ยนภาชนะ ควรใช้ภาชนะที่เป็น วัสดุทนสารเคมี และติดฉลากให้ชัดเจน
2.3 การติดฉลากและคำเตือน
- ติดฉลากสารเคมีให้ชัดเจน ระบุชื่อสารเคมี ประเภท และคำเตือนที่จำเป็น
- ห้ามลบหรือแกะฉลากออกจากขวดสารเคมี เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
- ควรติดคำเตือน “อันตราย ห้ามให้เด็กสัมผัส” บนสารเคมีที่เป็นพิษหรือสารกัดกร่อน
2.4 การจัดเก็บในตู้หรือชั้นที่เหมาะสม
- ใช้ ตู้เก็บสารเคมีเฉพาะ สำหรับสารที่เป็นอันตราย เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง
- หลีกเลี่ยงการเก็บสารเคมีรวมกับ ของกินหรือของใช้ในครัว เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- ควรเก็บสารเคมี ในระดับที่สูงกว่ามือเด็ก หรือใช้ตู้ที่มี ตัวล็อกนิรภัย เพื่อป้องกันเด็กเปิดออก
-
การระบายอากาศในบริเวณจัดเก็บ
- ควรเก็บสารเคมี ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อป้องกันไอระเหยสะสม
- ไม่ควรเก็บสารเคมีในที่อับชื้นหรือไม่มีอากาศถ่ายเท เช่น ห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง
- หลีกเลี่ยงการเก็บสารเคมีในห้องที่มีแอร์หรือระบบปรับอากาศ เพราะอาจทำให้ไอระเหยกระจายในพื้นที่
-
การจัดเก็บสารเคมีอันตรายเฉพาะกลุ่ม
4.1 การเก็บสารไวไฟ
- ห้ามเก็บสารไวไฟ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ทินเนอร์ ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแหล่งกำเนิดประกายไฟ
- ใช้ภาชนะที่ปิดสนิท และหากเป็นไปได้ ควรเก็บนอกตัวบ้าน เช่น โรงเก็บของที่มีการระบายอากาศ
4.2 การเก็บสารกัดกร่อน
- ควรเก็บสารกัดกร่อน เช่น โซดาไฟ น้ำยาล้างห้องน้ำ แยกจากสารไวไฟและสารประเภทอื่น
- หลีกเลี่ยงการวางสารกัดกร่อนบนพื้นบ้าน ควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ตู้ที่ทนต่อสารเคมี
4.3 การเก็บสารพิษ
- ควรเก็บยาฆ่าแมลง น้ำยากำจัดปลวก ในภาชนะปิดสนิทและห่างจากอาหารหรือของใช้ส่วนตัว
- หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในที่อับชื้นหรืออุณหภูมิสูง เพราะอาจทำให้สารเคมีเสื่อมคุณภาพ
-
การกำจัดสารเคมีอย่างปลอดภัย
- ห้าม ทิ้งสารเคมีลงท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดมลพิษหรือทำลายระบบบำบัดน้ำเสีย
- ไม่ควรเทสารเคมีลงพื้นดินหรือทิ้งลงแม่น้ำลำคลอง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
- ควรตรวจสอบ ฉลากสารเคมี เพื่อดูแนวทางการกำจัดที่ปลอดภัย
- ภาชนะบรรจุสารเคมีที่ใช้หมดแล้ว ควรล้างให้สะอาดก่อนนำไปทิ้ง หรือส่งไปยังศูนย์รับกำจัดของเสียอันตราย
-
การป้องกันอุบัติเหตุและแผนฉุกเฉิน
- จัดเตรียม อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) เช่น ถุงมือ หน้ากากกันสารเคมี หากต้องสัมผัสสารอันตราย
- จัดให้มี น้ำสะอาดหรือที่ล้างตาฉุกเฉิน สำหรับใช้ล้างกรณีสัมผัสสารเคมีโดยตรง
- ศึกษา แผนฉุกเฉิน ในกรณีสารเคมีรั่วไหลหรือเกิดอุบัติเหตุ เช่น การใช้ผงดูดซับสารเคมีหรือการระบายอากาศ
-
การฝึกอบรมและให้ความรู้แก่สมาชิกในบ้าน
- สอนเด็กและสมาชิกในบ้าน ให้เข้าใจถึงอันตรายของสารเคมีและวิธีใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
- สอนให้รู้จัก ฉลากเตือนสารเคมี และข้อควรระวังในการใช้งาน
- จัดให้มี คู่มือฉุกเฉินหรือเบอร์ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลหรือศูนย์ควบคุมสารพิษ
มาตรฐานการเก็บรักษาสารเคมีในบ้านเรือนต้องคำนึงถึง ความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและสัตว์เลี้ยง ควรมีการแยกประเภทของสารเคมี จัดเก็บในภาชนะที่ปลอดภัย มีฉลากชัดเจน และเก็บในที่ห่างไกลจากแหล่งไฟและที่เปียกชื้น นอกจากนี้ ควรมีการจัดการของเสียที่ถูกต้องและเตรียมแผนฉุกเฉินไว้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7